จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

2/5/54

อาหารเพื่อสุขภาพ-สมุนไพร

7 เคล็ดลับกินอย่างไรไม่ให้อ้วน

กิน

1.ทานอาหารเช้าเป็นประจำ เพราะมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดและควรเป็นมื้อที่มีคุณค่าครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะนอกจากจะช่วยเติมพลังให้ร่างกายและสมองแล้ว ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดช่วยให้การเผาผลาญพลังงานดีขึ้น


2.เลือกอาหารจากธรรมชาติไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวบาร์เลย์(มอลต์) ถั่ว ข้าวสาลี (โฮลวีต) เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งรวมของแร่ธาตุ วิตามิน โปรตีนที่ปราศจากคอเลสเตอรอลและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน มีสารแอนติออกซิแดนท์ ใยอาหารและปัจจัยอื่นช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิตได้ หรืออาจเลือกอาหารที่มีส่วนผสมของธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ขนมปังโฮลวีต ซีเรียลจากมอลต์ เป็นต้น


3.เพิ่มผักผลไม้ในมื้ออาหารและทานเป็นประจำ เพื่อเพิ่มวิตามิน เกลือแร่และสารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ช่วยนำคอเลสเตอรอลและสารก่อมะเร็งบางชนิดออกจากร่างกาย ทำให้ลดการสะสมของสารก่อมะเร็งบางชนิด และมีกากใยช่วยในการขับถ่าย ช่วยให้กระบวนการต่างๆ ในร่างกายดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ


4.ลดขนมขบเคี้ยวและขนมอบ ที่มีแต่ไขมัน เกลือ น้ำตาลและสารปรุงแต่งอื่นๆ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ หากอยากทานขนมอาจหันมาทานขนมที่มีส่วนผสมของธัญพืชเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับขนมที่มีประโยชน์น้อย อย่างไรก็ตาม ควรทานในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น



5.กินปลา ไข่และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน อาหารเหล่านี้เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ช่วยเสริมสร้างร่างกายในผู้เยาว์และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสลายในผู้สูงวัย เป็นส่วนประกอบของสารสร้างภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคอ้วน ไขมันในเส้นเลือดสูง เป็นต้น


6.ดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแทนน้ำหวาน น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีน้ำตาลสูง การดื่มน้ำผักผลไม้ก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินและแร่ธาตุกว่า 50 ชนิด เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัน


7.ดื่มน้ำและนมให้เป็นนิสัย ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยระบบขับถ่ายและมีน้ำหล่อเลี้ยงในเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย และควรดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1-2 แก้ว ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ เพราะนมอุดมไปด้วยคุณค่าโภชนาการสูง ช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กๆ ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง โดยชนิดของนม ขึ้นอยู่กับวัย หากเป็นเด็กทีกำลังเจริญเติบโตควรเป็นนมจืดธรรมดา แต่ในผู้สูงอายุควรเป็นนมพร่องมันเนยเพื่อมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอล


“การกินเพื่อสุขภาพมีหลากหลายวิธี อยู่ที่ใครจะเลือกปฏิบัติแบบใด แต่หลักง่ายๆ คือทานอาหารให้ครบ5 หมู่ ครบทุกมื้อ แต่เลือกชนิดและปริมาณที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยจึงจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อารมณ์ที่สดใส และห่างไกลจากโรคร้ายต่างๆ” อ.กัญชลี ให้คำแนะนำทิ้งท้าย


เคล็ดลับสูตรหน้าขาวใส

สูตรที่1.
ส่วนผสม 1.น้ำผึ้งประมาณ 6 ช้อนชา 2.มะขามเปียก(ไม่ต้องเอากากนะ) 3.นมจืด 6 ช้อนชา
วิธีทำ นำส่วนผสมทั้งสามมารวมกัน พอกหน้าทิ้งไว้ 15 น.
ทำอาทิตย์ละ 2-3ครั้ง


สูตรที่2.
ส่วนผสม 1.ไข่ไก่2-3ใบ(เอาแต่ไข่แดงนะ) 2.มะนาว2ช้อนชา
วิธีทำ นำไข่แดงมาผสมกับน้ำมะนาวตีให้เข้ากันทาทิ้งไว้5-10น.
ทาครีมบำรุงเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื่นด้วยจ้า
ทอาทิตย์ละ2ครั้ง


สูตรที่3.
ส่วนผสม 1.หัวไซเท้า
วิธีทำ ปอกเปลือกหัวไซเท้าแล้วล้างออก ฝานบางเฉียบแล้ววางลงบนใบหน้า 
ทิ้งไว้ 15น.ล้างออกด้วยน้ำสะอาดทำอาทิตย์ละ 2ครั้ง

**************************

กาแฟลดความอ้วน ไม่มีอยู่จริงในโลกมนุษย์!

ในทีวี และสื่อต่างๆ พักหลังพวกเราจะเห็นมีโฆษณากาแฟที่กินแล้วทำให้เชื่อว่าหุ่นดีได้เหมือนกันนางแบบโฆษณา กาแฟดังกล่าวถูกเรียกกันง่ายๆว่า กาแฟลดความอ้วน แต่ปัญหามันมีอยู่ว่าแล้วกาแฟมันจะลดความอ้วนได้จริงหรือ

Coffee
กาแฟที่อ้างสรรพคุณว่ามีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้นั้น จะมีส่วนผสมของสารสกัดสรรพคุณความงามเช่น ไฟเบอร์ คอลลาเจน แอลคาร์นิทีน โครเมียม เพื่อที่จะได้นำสิ่งเหล่านั้นมาใช้เป็นการอ้างถึงข้อดีของกาแฟ และนั่นจะช่วยให้ผู้ซื้อถูกจูงใจได้ง่ายมากขึ้น
คำถามคือ “แล้วกาแฟมันลดความอ้วนได้ไหม?” โดยปกติแล้วกาแฟจะมีส่วนช่วยในการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ซึ่งนั้นถือเป็นข้อดีของกาแฟที่ผู้ผลิตพยายามนำกาแฟมาเป็นตัวชูโรง แต่มันก็มีข้อเสียอย่างที่รู้กันอยู่ว่าหากได้ดื่มกาแฟในปริมาณมากจะทำให้เป็นโทษต่อร่างกายเช่น อาการใจสั่น นอนไม่หลับ หวดหัว กระวนกระวาย
ทาง อย. เองก็ทราบดีถึงปัญหาดังกล่าว และได้ชี้แจงให้ผู้ผลิตห้ามแอบอ้างสรรพคุณว่ากาแฟดังกล่าวลดความอ้วนได้ เพราะกาแฟไม่ได้เป็นยา และพยายามตรวจสอบบางผู้ผลิตที่ถึงกับนำยาลดความอ้วนมาเป็นส่วนผสมซึ่งถือเป็นกระทำผิด เพราะยาดังกล่าวจะต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ และตัวยาดังกล่าวมีอันตรายต่อผู้บริโภคอีกด้วย
บทสรุปเรื่องกาแฟลดความอ้วนนั้นจบลงที่กาแฟดังกล่าวไม่สามารถจะทำให้น้ำหนักคุณลดลงแต่อย่างใด เพียงแต่ไม่ทำให้มันเพิ่มขึ้นเท่านั้น หากร่างกายจะอ้วน หรือจะผอมสุดท้ายอยู่ที่การเลือกรับประทานอาหาร และการออกกำลังกายครับ

10 สุดยอดผลไม้ที่กินแล้วไม่อ้วน

ผลไม้ 10 ชนิดต่อไปนี้ จัดเป็นผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินและเกลือแร่ และ กินได้บ่อยๆ แบบไม่ต้องกลัวอ้วน ทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์และเพิ่มภูมิคุ้มกันอีกด้วย ผลไม้ทั้ง 10 ชนิดนี้มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตเฉลี่ย 1.9 – 10 กรัมต่อน้ำหนัก 100 กรัม โดยอะโวกาโดมีคาร์โบไฮเดรตต่ำสุด แอปเปิลมีคาร์โบไฮเดรตสูงสุด

ผลไม้
  1. กีวี - มีสารแอกทินิดีน ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทำให้หัวใจแข็งแรง
  2. มะเขือเทศ - ช่วยลดความเสียงจากมะเร็งและโรคหัวใจ
  3. มะละกอ – ช่วยย่อยอาหารและโปรตีน
  4. อะโวกาโด –  ช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็งชนิดต่างๆ ได้ถึง 30 ชนิด
  5. สับปะรด – ช่วยต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย
  6. ผลไม้จำพวกเบอร์รี่ – เช่น สตอเบอร์รี่ แบลคเบอร์รี่ ผลไม้กลุ่มนี้ดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต
  7. แครนเบอร์รี่ – ช่วยป้องกันนิ่วในไต ต้านเชื้อไวรัส
  8. ผลไม้ตระกูลส้ม – ช่วยลดคอเลสเตอรอล และไขมันในเส้นเลือด
  9. ผลไม้กลุ่มแตง – มีสรรพคุณสูงสุดในการล้างพิษให้กับร่างกาย
  10. แอปเปิ้ล – ช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร
บทความจาก : MK restaurant

สูตรอาหารลดความอ้วน





สูตรที่ 1
สูตรอาหารไฮโซค่ะ 3 วัน 3 กก. อึม เป็นไง อ่านแล้วน่าสนใจดีไม๊คะ วันละ 1 กก. แบบนี้ 1 อาทิตย์ก็ผอมเพรียวสมใจอยาก แถมรายการอาหารยังไม่โหด เหมือนซุปผักเมื่อกี้อีกด้วย ได้ทานขนมปังอีกตะหาก สวรค์ของคนลดน้ำหนักเลยค่ะ แต่ขอบอกค่ะว่าแต่ละวันอาหารตามสูตรหายากมากกก แบบออกแนวไฮโซ บ้านๆ อย่างเราไม่ค่อยซื้อทานหรอกค่ะ สูตรมีดังนี้นะคะ

วันที่ 1
เช้า กาแฟ หรือ ชา ไม่ใส่น้ำตาลและครีมเทียม 1 ถ้วย
ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น (โฮลวีทได้ก็จะดีมาก)
ถั่ว baked bean 120 กรัม (ถั่วในซอสมะเขือเทศ)
ส้ม 1 ลูก

กลางวัน กาแฟ หรือชา 1 ถ้วย
ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
ปลาทูน่า 120 กรัม

เย็น ถั่วฝักยาวต้ม 120 กรัม
บีทรูท หรือ แครอท ต้ม 120 กรัม
แฮมไก่ 2 แผ่น ไก่เท่านั้นนะคะ
ไอศกรีม วานิลา 1 ถ้วยเล็ก



วันที่ 2
เช้า กาแฟหรือ ชา 1 ถ้วย
ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
ไข่ต้ม 1 ฟอง
กล้วยหอม 1/2ผล

กลางวัน แครกเกอร์แบบเค็ม 5 แผ่น
ชีส low fat 1 แผ่น (อาจเปลี่ยนเป็น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ)

เย็น บล๊อคโครี่ กับแครอท ต้ม อย่างละ 120 กรัม
แฮมไก่ 2 แผ่น
กล้วยหอม 1/2ผล
ไอศกรีม วานิลา 1 ถ้วยเล็ก



วันที่ 3
เช้า กาแฟหรือ ชา 1 ถ้วย
แครกเกอร์ เค็ม 5 แผ่น
ชีส low fat 1 แผ่น
แอ๊ปเปิ้ล 1 ผล

กลางวัน กาแฟหรือชา 1 ถ้วย
ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
ไข่ต้ม 1 ลูก

เย็น ดอกกะหล่ำต้ม กับ แครอท อย่างละ 120 กรัม
ทูน่า 120 กรัม
แตงไทย หรือ แคนตาลูป 1 ชิ้น
ไอศกรีมวานิลา 1 ถ้วยเล็ก






สูตรที่ 2
เห็นเค้าบอกว่าเป็นสูตรพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพฯ สูตรน่าสนใจมากค่ะ และยังบอกอีกว่าสามารถลดน้ำหนักได้ อาทิตย์ละ 9 กก. ค่ะ เห็นสูตรครั้งแรกดิฉันจดอย่างเร็วเลย ถ้าลดได้ขนาดนี้ละล่ะก็ ต่อให้ทานผิดพลาดยังไง อย่างต่ำคงลดได้ 3 กก. แหละค่ะ อาหารก็หาง่ายๆ เหมือนเราทานทุกวันนี่ล่ะค่ะ

วันที่ 1
เช้า...น้ำผลไม้คั้นหรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน... ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น... สลัดผัก

วันที่ 2
เช้า... น้ำผลไม้คั้นหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน...ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น...โยเกิร์ต 1 ถ้วย

วันที่ 3
เช้า... กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน... เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม (เนื้อ,หมู)
เย็น... สับปะรด 1 ชิ้น

วันที่ 4
เช้า...น้ำผลไม้คั้น หรือกาแฟดำและขนมปัง 1 แผ่น
กลางวัน... สลัดผักและไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น...โยเกิร์ต 1 ถ้วย

วันที่ 5
เช้า... น้ำผลไม้คั้นหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน... ส้มตำและไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น... สลัดผัก

วันที่ 6
เช้า... น้ำผลไม้คั้นหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน... ปลานึ่งหรือปลาเผาไม่จำกัด
เย็น... นมสด 1 แก้ว(พร่องมันเนย)

วันที่ 7
เช้า... ข้าว 1 ทัพพีและเนื้อ 1 ชิ้นหรือไข่ต้ม 1 ฟอง
กลางวัน... เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม(เนื้อ,หมู)
เย็น... สับปะรด 1 ชิ้น



ที่มา : http://www.healthcorners.com
วันที่โพสต์ : 2007-11-08

30/4/54

ภาพงานแต่ง Prince William - Kate Middleton 29-04-11

บุคลิกของผู้หญิง… ที่ควรเลือกเป็นภรรยา*

 


       1.เป็นตัวของตัวเอง ควรพิจารณาคู่ครองที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองพอสมควร เพราะถ้าคุณตัดสินใจจะมีคู่ชีวิตสักคนแล้วต้องดูแลอีกฝ่ายเหมือนตัวเองเป็น พี่เลี้ยงเด็กตลอดเวลา ความรักที่มีอาจแปรเป็นความรู้สึกเหนื่อยล้าได้
      2.มีสติปัญญา ผู้หญิงที่สวยอย่างเดียว เมื่ออายุมากขึ้นจะแก่แล้วแก่เลย ต่างจากผู้หญิงที่มีสมอง แต่อาจจะสวยน้อยหน่อย ผู้หญิงลักษณะนี้มีอะไรใหม่ๆ เบื้องหลังดวงตาช่างคิดให้ผู้ชายค้นหาอยู่เสมอ เธอจะไม่ยอมให้ตัวเองกลายเป็นของน่าเบื่อหน่ายง่ายๆ
       3.การมีเซ็กซ์ ควร มีรสนิยมที่ไปด้วยกันได้ เช่น ถ้าคุณมีรสนิยมแบบชื่นชอบความเจ็บปวด แต่คู่ครองนิยมความนิ่มนวล ปัญหาย่อมเกิดขึ้นแน่ๆ คนจะเป็นคู่ชีวิตกันควรมีรสนิยมใกล้เคียงกัน

       4.ความสวย ความ สวยขึ้นอยู่กับมุมมอง และทัศนคติของแต่ละบุคคล คนสวยของคุณอาจไม่สวยในสายตาคนอื่นก็ไม่เป็นไร เพราะคนที่เธอจะร่วมชีวิตด้วยคือคุณ คนอื่นไม่ได้มาร่วมชีวิตกับคุณด้วย
       5.ความนับถือ คู่ชีวิต ควรมีความเคารพนับถือในตัวคุณ หมายถึง ยินดีรับฟังความคิด แม้ว่าอาจจะไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ก็ยังยินดีฟังไว้ก่อน รวมทั้งไม่ดูถูกบุคลิกภาพของคุณทั้งในด้านนิสัยแม้แต่ด้านสรีระ
      6.ยอมให้สนุกแบบผู้ชาย เธอ ยินดีให้คุณสนุกแบบที่ผู้ชายสนุกกัน เช่น ยินดีให้คุณชวนเพื่อนสนิทมาร่วมนั่งเฮฮา เชียร์การถ่ายทอดสดฟุตบอลทีมโปรดที่ บ้าน พร้อมกับเตรียมแซนด์วิช หรือของขบเคี้ยวให้ตามสมควร

      7.อย่าหาเรื่องจับผิด อย่า หาเรื่องจับผิด หญิงที่จะเป็นคู่ชีวิตที่ดีควรรู้ว่า สถานการณ์นี้จะทำให้ชีวิตครอบครัวหมดสิ้นซึ่งความสุข และเลือกวิธีอื่นได้ฉลาดกว่านี้ เธอจะรู้ว่าเมื่อใดควรพูด เมื่อใดควรปล่อยให้ผ่านไป

      8.เข้ากับครอบครัว และเพื่อนได้ คู่ครอง ที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยงานในครัว แต่ต้องเข้ากับครอบครัวได้และออกไปร่วมสังสรรค์ กับเพื่อนสามีได้ในยามที่เขาขอร้อง นี่แสดงให้เห็นว่า เธอพยายามทำความรู้จักและรักบุคคลที่มีความสำคัญในชีวิต ของสามี และไม่พยายามดึงสามีออกจากเพื่อนสนิทที่ดีที่สุดของเขา
       9.เธอรักคุณ หากคุณพบผู้หญิงซึ่งรักคุณอย่างตัวตนที่คุณเป็นจริง ๆ คุณควรถนอมเธอเอาไว้ อีก วิธีหนึ่งที่จะดูว่าเธอรักคุณจริง ๆ หรือไม่ คือ สังเกตวิธีที่เธอมองและปฏิบัติต่อคุณทุก ๆ วัน ถ้าเวลาที่คุณไปเจอหน้าเธอ แล้วไม่ได้ทำให้เธอดูดีใจ เธอไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของคุณ เธออาจยังไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับคุณ เธอเห็นคุณเป็นเพียงผู้ชายทั่วไป แต่ถ้าเสียงโทรศัพท์จากคุณทำให้เธอตื่นเต้นดีใจ นั่นเป็นสัญญาณที่ดีที่บอกว่าเธอรักคุณ

       10.เธอทำให้คุณอยากทำตัวดีขึ้นกว่าเดิม ผู้ชาย ซึ่งมีแฟนสาว หรือภรรยาที่ดีมักจะพูดกันว่า อยากให้เขาทำตัวดีขึ้นกว่าเก่า ทั้ง ๆ ที่เธอไม่ได้เอ่ยปากขอหรือทำอะไรทั้งสิ้น และความรู้สึกที่ทำให้คุณอยากทำตัวเช่นนั้น เรียกว่า ?ความรัก? นั่นเอง

5 เมนูเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

ทุกวันนี้คุณยังชอบดื่มน้ำอัดลมกันอยู่หรือเปล่า ถ้าตอบว่าใช่ คุณคงต้องเปลี่ยนความคิดกันได้แล้วล่ะค่ะ เพราะเราจะพาคุณไปพบกับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ทำได้ง่ายๆ และก็มีรสชาติอร่อย ป้องกันและการบรรเทาอาการต่างๆ และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณอย่างแน่นอนค่ะ... 
เมนูเพื่อสุขภาพที่คุณหาซื้อรับประทาน และสามารถทำได้เอง ซึ่งมีทั้งประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย และยังช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ดีต่อสุขภาพค่ะ..

1.น้ำลูกเดือยทรงเครื่อง
สรรพคุณ : ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยเจริญอาหารบำรุงกระดูก บำรุงสายตา
วิธีทำ : นำลูกเดือยและข้าวมันปูกล้องต้มจนเปื่อย แล้วปั่นรวมกัน จากนั้นก็กรองแยกกากออก โรยเกลือเล็กน้อย ก่อนเสิร์ฟนำไปแช่ตู้เย็นให้เย็น หรือดื่มตอนอุ่นๆ ก็ได้ 

2.น้ำงาดำ 
สรรพคุณ :ช่วยรักษาระดับคอเรสเตอรอล ป้องกันไม่ให้เกิดหลอดเลือดอุดตัน หรือหลอดเลือดแข็งตัว บำรุงประสาท แก้เหน็บชา ลดอาการนอนไม่หลับ ป้องกันอาการท้องผูกและเบื่ออาหาร
วิธีทำ :นำงาดำป่น งาขาวป่น ถั่วเหลืองป่นผสมน้ำต้มจนเดือด และใส่น้ำตาลทรายแดงสักหน่อย โรยเกลืออีกสักนิด ก็จะได้น้ำงาดำอร่อยๆ อุ่นๆ พร้อมดื่มได้ทุกวัน

3.โอวัลตินปั่นวุ้นธัญพืช 
สรรพคุณ :ในโอวัลตินไฟว์เกรนส์จะมีส่วนผสมของธัญพืชทั้ง 5 ชนิดที่เข้าไปช่วยรักษาสมดุลในร่างกายให้แข็งแรงและสดใส ส่วนลูกเดือยต้มสุกก็มีฤทธิ์เป็นยาเย็น ช่วยแก้ร้อนใน ถั่วเหลืองก็ช่วยลดคอเรสตอรอลและป้องกันโรคหัวใจได้
วิธีทำ :นำโอวัลตินแบบผงหรือโอวัลตินไฟว์เกรนส์มาชงใส่นมข้นหวานแล้วปั่น จากนั้นก็นำวุ้นธัญพืช (ผงวุ้นสำเร็จรูปต้มกับน้ำ แล้วเติมธัญพืช) มาตัดเป็นชิ้นแล้วใส่ลงไปในแก้ว 

4.สมูธตี้โยเกิร์ตจมูกข้าวสาลี 
สรรพคุณ :โยเกิร์ตและผลไม้ที่ใช้เป็นแหล่งรวมวิตามินทั้งบีและซี ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยรักษาสุขภาพลำไส้ใหญ่ จมูกข้าวสาลีมีใยอาหารป้องกันท้องผูก และมีวิตามินอี ซึ่งสามารถป้องกันโรคต้อกระจก
วิธีทำ :จมูกข้าวสาลีผง โยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือรสผลไม้รวม น้ำส้มคั้น กล้วยหอม น้ำผึ้งแทนหรือน้ำตาลทรายแดง และน้ำแข็ง นำมาปั่นรวมกัน 

5.น้ำเต้าหู้ผสมเต้าฮวยธัญพืช 
สรรพคุณ :ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันมะเร็งทางเดินอาหาร และในถั่วเหลืองจะมีเลซิทิน ซึ่งเป็นสารบำรุงสมอง เพิ่มความจำ ลดไขมัน และลดคอเรสเตอรอลในร่างกาย
วิธีทำ : นำถั่วเหลืองบดด้วยเครื่องพร้อมกับน้ำเปล่า กรองกากออก นำน้ำนมที่ได้ตั้งไฟอ่อนๆ เติมเกลือเล็กน้อย คนเรื่อยๆ แล้วเติมน้ำตาลตามใจชอบ จากนั้นก็เทใส่เต้าฮวยธัญพืช (ผงเต้าฮวยสำเร็จรูปทำตามขั้นตอนแล้วเติมธัญพืชที่ชอบก่อนที่จะจับตัวเป็นวุ้น) ที่ตัดเป็นแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปในแก้วน้ำเต้าหู้ ได้ทั้งน้ำได้ทั้งเนื้อ อิ่ม! 

ตลอดการทำงาน 5 วัน มารักษาสมดุลให้กับร่างกาย ด้วยเครื่องดื่มที่ผสมธัญพืช 5 ชนิด ที่หาดื่มได้ง่ายๆ ไม่เสียเวลา และทำเองได้ง่ายๆ สามารถดื่มตอนเย็น ก่อนนอน ดื่มตอนเช้าหรือดื่มเป็นของว่างระหว่างวันการทำงาน ก็ทำให้ร่างกายของคุณได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 ธาตุของร่างกาย ส่งผลให้ตลอดอาทิตย์นั้นคุณรู้สึกสดชื่นและมีสุขภาพแข็งแรงในระยะยาวค่ะ

อาหารไทย : ต้มยำกุ้ง
* กุ้งขนาดกลาง 12 ตัว (ปอกเปลือก, ทำความสะอาด)
* เห็ดฟาง 10 อัน
* ตะไคร้ 1 กำ
   (ทุบให้แหลกและหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 2")
* ใบมะกรูด 3 ใบ
* เกลือ 1 ช้อนชา
* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
* พริกขี้หนู 6 เม็ด (ทุบพอให้แหลก)
* น้ำสะอาด 4 ถ้วยตวง
* ผักชี 1/2 ถ้วยตวง (หั่นหยาบ)
สมุนไพรไทย : ตะไคร้
อาหารไทย : ต้มยำกุ้ง


     วิธีทำทีละขั้นตอน
1. ปอกเปลือกกุ้งออก เหลือหางไว้ (เพื่อความสวยงามเมื่อปรุงเสร็จ) จากนั้นหั่นด้านหลังกุ้งเพื่อเอาเส้นเลือดสีดำออก เสร็จแล้วนำเห็ดฟางไปล้างให้สะอาด หั่นเป็น 4 ส่วนและนำไปผึ่งให้แห้ง
2. นำน้ำเปล่าไปต้มในหม้อ จากนั้นใส่ตะไคร้, ใบมะกรูด และกุ้ง เมื่อสีกุ้งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพู (เริ่มสุก) ใส่เห็ดที่หั่นไว้แล้วและเกลือ
3. หลังจากน้ำเดือดแล้วปิดไฟ และ้นำหม้อออกมาจากเตา ปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำมะนาว และพริกขี้หนู เมื่อปรุงรสเสร็จตักเสิรฟในถ้วย ตกแต่งด้วยผักชีและเสิรฟทันที พร้อมด้วยข้าวสวยร้อนๆ

ซี่โครงหมูตุ๋นเห็ดหอ

เครื่องปรุงซี่โครงหมูตุ๋นเห็ดหอม ซี่โครงหมู เห็ดหอมแห้ง พริกไทย กระเทียม ลูกผักชี ซีอิ้วขาว ซอสปรุงรส น้ำมันหอย

เครื่องปรุง
ซี่โครงหมูหั่นท่อน 500 กรัม
เห็ดหอมแห้ง 5  ดอก
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมกลีบใหญ่ 4 กลีบ
พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
ลูกผักชี ½ ช้อนชา
น้ำเปล่า 3 ถ้วย


วิธีทำ
1. นำเห็ดหอมแห้งมาล้างฝุ่นผงออกไปแล้วนำไปแช่ในน้ำเปล่าประมาณ 2 ถ้วย จนเห็ดหอมนิ่ม เมื่อเห็ดหอมนิ่มแล้วให้บีบน้ำออก นำเห็ดหอมมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ แล้วพักไว้ (น้ำแช่เห็ดหอมอย่าทิ้งนะคะ)
วิธีทำซี่โครงหมูตุ๋นเห็ดหอม แช่เห็ดหอมจนนิ่ม จากนั้นนำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ พักไว้

2. เปิดเตาที่ไฟแรง เติมน้ำเปล่าลงไปในหม้อ ต้มจนน้ำเดือดเติมกระดูกหมูลงไป จากนั้นลดไฟลงให้เหลือไฟปานกลาง
วิธีทำซี่โครงหมูตุ๋นเห็ดหอม ต้มน้ำจนเดือด ใส่กระดูกหมูลงไป จากนั้นลดไฟลงให้เหลือไฟปานกลาง

3. ปลอกเปลือกกระเทียม นำไปล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปโขลกรวมกับพริกไทยเม็ดและลูกผักชีจนละเอียด จากนั้น นำเครื่องที่โขลกเรียบร้อยแล้วใส่ลงในหม้อต้มกระดูกหมู ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงต่างๆ คือ ซีอิ้วขาว ซอสปรุงรส และน้ำมันหอย ลดไฟเหลือไฟอ่อน เดี่ยวไปประมาณ 1 ชั่วโมง
วิธีทำซี่โครงหมูตุ๋นเห็ดหอม หั่นกระเทียมเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปโขลกรวมกับพริกไทยเม็ดและลูกผักชีจนละเอียด จากนั้น นำเครื่องที่โขลกเรียบร้อยแล้วใส่ลงในหม้อต้มกระดูกหมู ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงต่างๆ แล้วเคี่ยวต่ออีก 1 ชม.

4. เมื่อครบหนึ่งชั่วโมงแล้วให้ตักกระดูกหมูออกมาไว้อีกหม้อหนึ่ง (หรือถ้ามีหม้อตุ๋นก็ใช้หม้อตุ๋นได้ค่ะ) เอาเห็ดหอมที่หั่นไว้ใส่ลงไป จากนั้นก็เทน้ำซุปที่เหลืออยู่ใส่ลงมาโดยใช้กระชอนกรองเครื่องที่ตำใส่ลงไปเอาไว้ น้ำซุปจะได้ใสค่ะ
วิธีทำซี่โครงหมูตุ๋นเห็ดหอม ตักกระดูกหมูออกมาไว้อีกหม้อหนึ่ง เอาเห็ดหอมที่หั่นไว้ใส่ลงไป จากนั้น กรองน้ำซุปที่เหลือลงไปในหม้อ

5. เติมน้ำที่แช่เห็ดหอมลงไปให้ท่วมกระดูกหมูและเห็ดหอม เติมน้ำตาลทรายลงไป จากนั้นก็เคี่ยวด้วยไฟอ่อนไปเรื่อยๆ ประมาณ 4-5 ชั่วโมง หรือจนซี่โครงหมูเปี่อยค่ะ
วิธีทำซี่โครงหมูตุ๋นเห็ดหอม เติมน้ำที่แช่เห็ดหอมลงไปให้ท่วมกระดูกหมูและเห็ดหอม เติมน้ำตาลทรายลงไป จากนั้นก็เคี่ยวด้วยไฟอ่อนไปเรื่อยๆ ประมาณ 4-5 ชั่วโมง หรือจนซี่โครงหมูเปี่อยค่ะ

6. ตักใส่จาน โรยพริกไทยป่นและผักชีเล็กน้อย จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ
ตักใส่จาน โรยพริกไทยป่นและผักชีเล็กน้อย จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

ข้าวมันไก่

เครื่องปรุงข้าวมันไก่ เนื้อไก่ ข้าวสาร ขิง กระเทียม ผักชี แตงกวา ซีอิ้ว เต้าหู้ยี้ น้ำส้มสายชูเครื่องปรุง
สะโพกหรืออกไก่ 800 กรัม
ข้าวสาร 3 กระป๋อง
เกลือป่น ½ ช้อนชา
ขิงฝานเป็นแว่น 6 แว่น
กระเทียมสับ 3 ช้อนโต๊ะ
ผักชี 2 ต้น
แตงกวาลูกใหญ่ 1 ลูก
น้ำเปล่า 7 ถ้วย
เครื่องปรุงน้ำจิ้ม
ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วดำ 1 ช้อนชา
เต้าหู้ยี้ 2 ก้อนเล็ก
น้ำตาลทราย 1 ½  ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชู 1 ½  ช้อนโต๊ะ
ขิงสับ 3 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 3 ช้อนโต๊ะ
พริกสด 2 เม็ด


วิธีทำข้าวมันไก่
1. นำไก่มาล้างน้ำให้สะอาด ตัดหนังส่วนที่เกินออกมา หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เอาไว้เจียวน้ำมัน
วิธีทำข้าวมันไก่ นำไก่มาล้างน้ำให้สะอาด ตัดหนังส่วนที่เกินออกมา หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เอาไว้เจียวน้ำมัน

2. ปลอกเปลือกกระเทียมและขิง นำไปล้างน้ำให้สะอาด นำกระเทียมมาสับให้ละเอียด ส่วนขิงก็ฝานเป็นแว่นๆ
วิธีทำข้าวมันไก่ นำกระเทียมมาสับให้ละเอียด ส่วนขิงก็ฝานเป็นแว่นๆ

3. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง นำหนังไก่ที่หั่นไว้ไปเจียว ให้ได้น้ำมันออกมา (สังเกตว่าหนังไก่จะเหลืองกรอบก็ตักหนังไก่ขึ้นมาให้หมด) นำกระเทียมที่สับไว้ลงไปเจียวให้เหลืองหอม
วิธีทำข้าวมันไก่ นำหนังไก่ที่หั่นไว้ไปเจียว ให้ได้น้ำมันออกมา นำกระเทียมที่สับไว้ลงไปเจียวให้เหลืองหอม

4. เมื่อกระเทียมเหลืองได้ที่แล้วก็ให้นำน้ำมันกระเทียมเจียวใส่ลงไปในข้าวสารที่ซาวไว้เรียบร้อยแล้ว จากนั้น ให้ใส่ขิงฝานและเกลือป่นตามลงไป
วิธีทำข้าวมันไก่ นำน้ำมันกระเทียมเจียวใส่ลงไปในข้าวสารที่ซาวไว้เรียบร้อยแล้ว จากนั้น ให้ใส่ขิงฝานและเกลือป่นตามลงไป

5. เปิดเตาที่ไฟปานกลางค่อนข้างแรง ใส่น้ำเปล่าลงไปในหม้อประมาณ 5 ถ้วย รอจนน้ำเดือดจึงนำไก่ที่เตรียมไว้ลงไปต้ม จากนั้นลดไฟลงเป็นไฟอ่อนแล้วต้มไก่ไปเรื่อยๆ จนน้ำซุปเริ่มเดือด ให้ตักน้ำมันที่ลอยหน้าออกมาใส่ในหม้อหุงข้าว
วิธีทำข้าวมันไก่ ต้มน้ำจนเดือด ใส่ไก่ลงไป จากนั้นลดไฟลงเป็นไฟอ่อนแล้วต้มไก่ไปเรื่อยๆ จนน้ำซุปเริ่มเดือด จึงตักน้ำมันที่ลอยหน้าออกมาใส่ในหม้อหุงข้าว

6. จากนั้นก็เติมน้ำซุปที่ต้มไก่ลงไปในหม้อหุงข้าวประมาณ 3 ถ้วย คนให้เครื่องเข้ากันจึงนำข้าวไปหุงในหม้อหุงข้าวตามปกติ
วิธีทำข้าวมันไก่ เติมน้ำซุปที่ต้มไก่ลงไปในหม้อหุงข้าวประมาณ 3 ถ้วย คนให้เครื่องเข้ากันจึงนำข้าวไปหุงในหม้อหุงข้าวตามปกติ

7. เติมน้ำเปล่าลงไปในหม้อต้มไก่อีกประมาณ 2 ถ้วยหรือจนท่วมไก่ ต้มไก่ไปเรื่อยๆ ประมาณ 45 นาทีหรือจนไก่สุก เมื่อไก่สุกแล้ว ก็ให้นำขึ้นมาเลาะกระดูกออก ตีเนื้อให้นิ่ม แล้วจึงสับเป็นชิ้นๆ เตรียมไว้เสริฟพร้อมข้าวมัน
วิธีทำข้าวมันไก่ ต้มไก่ไปเรื่อยๆ จนไก่สุก เมื่อไก่สุกแล้ว ก็ให้นำขึ้นมาเลาะกระดูกออก ตีเนื้อให้นิ่ม แล้วจึงสับเป็นชิ้นๆ เตรียมไว้เสริฟพร้อมข้าวมัน

วิธีทำน้ำจิ้ม
1. ปลอกเปลือกกระเทียมและขิง เด็ดขั้วพริก นำไปล้างน้ำให้สะอาด นำกระเทียมและขิงมาสับให้ละเอียด ซอยพริกเป็นชิ้นเล็กๆ และนำเครื่องทั้งหมดใส่ไว้ในถ้วยผสม
วิธีทำน้ำจิ้มข้าวมันไก่ นำกระเทียมและขิงมาสับให้ละเอียด ซอยพริกเป็นชิ้นเล็กๆ และนำเครื่องทั้งหมดใส่ไว้ในถ้วยผสม

2. เติมเครื่องปรุงต่างๆ คือ ซีอิ้วขาว ซีอิ้วดำ เต้าหู้ยี้ น้ำตาลทราย และน้ำส้มสายชู ลงไป ผสมเครื่องทั้งหมดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เตรียมไว้เสิร์ฟพร้อมข้าวมันไก่
วิธีทำน้ำจิ้มข้าวมันไก่ เติมเครื่องปรุงต่างๆ ผสมเครื่องทั้งหมดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เตรียมไว้เสริฟพร้อมข้าวมันไก่

วิธีเสิรฟ
1. ตัดก้านผักชี ปลอกเปลือกแตงกวา นำไปล้างให้สะอาด นำผักชีมาซอยให้ละเอียด ส่วนแตงกวาก็หั่นเป็นแว่นๆ
วิธีเสริฟข้าวมันไก่ นำผักชีมาซอยให้ละเอียด ส่วนแตงกวาก็หั่นเป็นแว่นๆ

2. ปรุงรสน้ำซุปไก่ด้วยซีอิ้วขาวและน้ำตาลทรายให้รสชาติกลมกล่อม ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยพริกไทยป่นและผักชีซอย เตรียมไว้เสิร์ฟพร้อมข้าวมันไก่
วิธีเสริฟข้าวมันไก่ ปรุงรสน้ำซุป ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยพริกไทยป่นและผักชีซอย เตรียมไว้เสริฟพร้อมข้าวมันไก่

3. ตักข้าวใส่จาน นำไก่ที่หั่นไว้วางลงไปบนข้าว วางแตงกวาที่หั่นไว้ข้างๆ จากนั้นก็เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มและน้ำซุปที่เตรียมไว้ได้เลยค่ะ
ตักข้าวใส่จาน วางไก่ที่หั่นไว้ลงไป เสิร์ฟพร้อมแตงกวา น้ำจิ้มและน้ำซุปที่เตรียมไว้

11/4/54

เรื่องน่ารู้ วิธีดูแลสุขภาพ… รับมือกับหน้าร้อน





   1.     ไม่ควรกินน้ำแข็งหรือดื่มน้ำเย็นจัด ฤดูร้อน อากาศร้อน ต้องหาทางช่วยดับความร้อน เพื่อป้องกันความร้อนกระทบร่างกายมากเกินไป เป็นหลักการที่ถูกต้อง ซึ่งช่วยให้คุณเจ็บป่วยน้อยลง
       2.     ควรดื่มน้ำเยอะๆ เพราะหน้าร้อนจะสูญเสียเหงื่อมาก และควรดื่มน้ำเปล่าที่สุกแล้ว หรือจะเสริมปรุงแต่งด้วยน้ำตาล เกลือแร่ หรือสมุนไพรอื่น ๆ ก็สามารถรับประทานได้
       3.      ไม่ควรนอนให้ลมหรือความเย็นโกรก ความร้อนจากแดดทำให้เสียเหงื่อ เสียพลัง เมื่อนอนหลับตาก ลมในขณะเหงื่อออก จะทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลง ถ้าอุณหภูมิภายนอกยังสูงอยู่ แล้วเหงื่อไม่สามารถระบายออกมาได้ จะมีความร้อนสะสมอยู่ข้างใน ทำให้เวียนหัว รู้สึกหนักหัว ไม่สดชื่นแจ่มใส หรืออาจทำให้เป็นไข้หวัดได้
      4.     การนอนพักผ่อน ควรนอนหลับให้เพียงพอ
      5.     ควรเลือกทานอาหารอ่อนๆ ตอนเช้า เช่น ข้าวต้ม เพราะในช่วงเช้ายังไม่ควรทานอาหารที่หนัก ๆ แค่ทานผักผลไม้เยอะ ๆ และหลีกเลี่ยงอาหารทอดๆ มัน ๆ แห้ง ๆ
      6.     ควรดูแลสุขภาพของเด็กๆ โดยเฉพาะเรื่องเสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย และการดำเนินชีวิต
      7.     สำหรับหญิงตั้งครรภ์ สิ่งที่ควรปฏิบัติในหน้าร้อน คือ ต้องสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด เพื่อป้องกันการกระทบกับความเย็น อาหารที่กินต้องสะอาด ไม่ควรนอนบนสื่อที่เย็น และห่มผ้าคลุมกายเสมอ ระวังอย่าให้เป็นไข้หวัด ห้ามอาบน้ำร้อนจัด หรือเย็นจัด
      8.     บุคคล 3 ประเภทที่ต้องระวังให้มาก คือ คนสูงอายุ ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารที่ไม่ดี คนที่มีม้ามพร่อง ผู้ที่มีลักษณะสามอย่างที่กล่าวมานั้น เมื่อได้รับความร้อนจากแสงแดด หรือถ้าดื่มน้ำเย็นมากเกินไป และเกิดความชื้นสะสมในร่างกาย อาจทำให้เกิดอาการ ท้องเสีย ติดเชื้อราง่าย ขี้หนาว ปวดหัว ตัวร้อน เป็นต้น
      9.      อย่าทา ครีมกันแดด อย่างเร่งรีบ แพทย์ผิวหนัง แนะนำให้ทาให้ทั่วถึงแม้แต่ ในร่มผ้า ด้วย โดยทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง และหลัง ว่ายน้ำ แม้ผลิตภัณฑ์จะเป็นสูตรกันน้ำ ก็ตาม โดยควรเลือกที่มีส่วนผสมของ Mexoryl และ Tinosorb เพราะสามารถกรอง รังสียูวีเอและยูวีบี ได้ดี เช่น Vichy, Nivea และ Ambre Solaire จาก Garnier
      10.  อากาศร้อนจัดมีผลต่อ อารมณ์ หงุดหงิด และ หดหู่ (SAD – Seasonal Affective Disorder) จากสถิติ ผู้หญิงจะเป็นมากกว่า ผู้ชาย ดังนั้นลองออกไป เดินเล่น ช่วงบ่ายแก่ ๆ หรือช่วงที่คนไม่มาก สิ่งสำคัญคือ พยายาม กระฉับกระเฉง เข้าไว้
      11.   หากผิวแสบร้อนจาก การโดนแดด แพทย์ ผิวหนัง แนะนำให้กิน ยาแอสไพริน เพื่อลด อาการเจ็บปวด แล้วลองแช่ตัว ใน อ่างน้ำ อุณหภูมิร่างกาย โดยใส่ ออยล์ สำหรับ แช่อาบ จากนั้น บำรุงผิว ด้วย โลชัน ที่มีส่วนผสมของ ว่านหางจระเข้ หรือ อาฟเตอร์ซันเจล และหลีกเลี่ยงแดด ในวันถัดไป
      12.  ลองทำ สเปรย์บรรเทาผิวไหม้เกรียม อย่างง่าย ๆ คือ น้ำกรองบริสุทธิ์ 2 ออนซ์ ใส่ เอสเซ็นเชียลออยล์ กลิ่นลาเวนเดอร์ 9 หยด กลิ่นเปปเปอร์มิ้นต์ 2 หยด และ สเปียร์มิ้นต์ 1 หยด ผสมรวมกันแล้วใส่ใน กระบอกฉีด สำหรับพกติดตัว
      13.  หากต้องออกไปเผชิญ อากาศร้อน ภายนอก ควรใช้ เครื่องสำอาง เนื้อครีม ที่ปัจจุบันมี เนื้อแห้งเหมือนแป้ง หากหน้ามัน ปัดทับด้วย บรอนเซอร์ หรือ แป้งชนิดฝุ่

วิธีดูแลผมสวย การนวดหนังศีรษะ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพเส้นผม

1.       1.   นวดวนทั่วทั้งศีรษะ เป็นท่านวดเพื่อเป็นการส่งผลิตภัณฑ์บำรุงผมที่ใช้ซึมซาบเข้าบำรุงหนังศีรษะ เต็มที่ โดยใช้ปลายนิ้วทั้ง 10 โอบรอบหนังศีรษะ แล้วนวดทวนเข็มนาฬิกา โดยลงน้ำหนักให้ทำกันทุกนิ้ว ทำซ้ำ 3 รอบ
2.     2.    กระตุกเส้นผม เพื่อ กระตุ้นกล้ามเนื้อหนังศีรษะ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและน้ำเหลืองช่วยให้ผ่อนคลาย เริ่มจากจับผมเป็นชุดๆ โดยเริ่มจากหน้าผากช่วงกึ่งกลางศีรษะแล้วใช้นิ้วพันเส้นผมตามที่แบ่งไว้ กระตุกปอยผมนั้นเป็นจังหวะ 3 ครั้ง ต่อเนื่อง ทำเช่นนี้ทั่วทั้งศีรษะ แต่ระวังอยากกระตุกแรง
3.     3.    ผ่อนคลายจากโคนจรดปลายผม ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดลงบนบริเวณขมับและให้นิ้วหัวแม่มือวนอยู่ที่บริเวณ ท้ายทอย นวดวนยกขึ้นให้ทั่วทั้งศีรษะ โดยไล่จากท้ายทอยขึ้นข้างบนจากนั้นลูบเส้นผมขึ้นจากโคนจรดปลาย
4.     4.    นวดกดจุดทั่วทั้งหนังศีรษะ ย้ำให้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมทำงานได้ดียิ่งขึ้น ใช้นิ้วทั้ง 10 นวดกดจุดจากตรงกลางศีรษะวางน้ำหนักไว้ที่กึ่งกลางศีรษะไล่ลงมาถึงท้ายทอยและ แยกไปที่ข้างใบหู
5.     5.    นวดใต้ท้ายทอยให้ผ่อนคลาย ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดที่ท้ายทอยประมาณ 3 วินาที แล้วลากออกด้านข้างตามแนวฐานกะโหลกศีรษะไปจนถึงปลายติ่งหู ทำซ้ำ 3 ครั้ง
6.       6.  ปลอดปล่อยความเมื่อยล้า ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดนวดบริเวณท้ายทอยไล่ลงมาสู่ต้นคอ จากนั้นกดค้างไว้ 3 นาทีและเว้นระยะห่างแบ่งเป็น 3 จุด ทำซ้ำ 3 ครั้ง และไม่ควรทำย้อนขึ้น
7.      7.   กดจุดให้หลับสบาย ใช้ นิ้วชี้และนิ้วกลางกดบริเวณท้ายทอยเพียงจุดเดียว กดค้างไว้ประมาณ 3 วินาทีแล้วจึงค่อยๆ คลายน้ำหนักลง ทำซ้ำ 3 ครั้ง และหากใช้มืออีกข้างประคองศีรษะของผู้ที่ได้รับการนวด จะเป็นการช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและหลับสบายยิ่งขึ้น
8.     8.    ผ่อนคลายทั่วทั้งตัว บีบ นวดกล้ามเนื้อโดยเริ่มจากบริเวณไหล่ไล่ลงมายังบริเวณต้นแขน และบีบนวดเป็นจังหวะสม่ำเสมอไล่ลงมาเรื่อยๆ และนวดวนบริเวณกลางฝ่ามือ ก่อนไล่ลงจนที่ปลายนิ้วเป็นอันเสร็จพิธีการ

5/4/54

การออกกำลังที่ถูกต้อง

การกินผลไม้ให้มีประโยนช์

ประโยชน์ของผลไม้


ส้ม :นักวิจัยเมืองจิงโจ้พบในรายการศึกษาของหลายชาติ เรื่องการบริโภคผลไม้จำพวกมะนาว และส้มให้คุณแก่สุขภาพสรุปได้ดังนี้..."กินส้มวันละใบ จะผลักไสโรคมะเร็งบางชนิดให้พ้นตัวได้" นักวิใจขององค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมเครือจักรภพของรัฐบาลออสเตรเลีย กล่าวแจ้งว่า การกินผลไม้จำพวกมะนาวและส้ม จะช่วยป้องกันมะเร็งที่ปาก กล่องเสียง และกระเพาะลงได้ตั้งครึ่ง และยิ่งกินเพิ่มนอกจากกินผักผลไม้วันละ 5 มื้ออยู่ประจำแล้ว ก็จะยิ่งช่วยให้ป้องกันอัมพาตได้อีกโรคหนึ่งได้ถึง 19 เปอร์เซ็นต์ ด้วย   นักวิจัยขององค์การคนหนึ่ง นางแคทรีน แบกเฮิสร์ทเปิดเผยว่า ผลไม้จำพวกมะนาวหรือส้ม ช่วยป้องกันโรคของร่างกายได้เพราะคุณสมบัติเป็นตัวล้างพิษของมัน พร้อมทั้งบำรุงระบบภูมิ คุ้มโรคให้แข็งแรง ขัดขวางเนื้อร้ายไม่ให้ลุกลาม และรักษาเซลล์เนื้อร้ายให้กลับคืนดีได้อีกด้วย รายงานการศึกษาซึ่งทำจากผลงานการศึกษาของชาติต่างๆ จำนวน 48 เรื่อง ยังได้พบหลักฐาน อันน่าเชื่ออีกด้วยว่า ผลไม้เหล่านี้ยังมีคุณสมบัติช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคอ้วนและ เบาหวานอีกด้วย ในบรรดาผลไม้พวกนี้ทั้งหมด ผลส้มจะมีสารที่มีคุณสมบัติเป็นตัวล้างพิษ อัน เป็นสารพฤกษเคมีชนิดต่าง ๆ ไม่ต่ำกว่า 170 อย่าง รวมทั้งสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีสรรพคุณ ป้องกันการอักเสบ เป็นเนื้อร้าย และเลือดจับตัวเป็นก้อนไม่ต่ำกว่า 60 อย่างด้วย


ชมพู่ :ชมพู่เป็นไม้ผลเขตร้อนซึ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย เป็นพืชจัดอยู่ตระกูลเดียวกับฝรั่ง หว้า ยูคาลิปตัส เป็นพืชที่ชอบน้ำ จัดเป็นไม้ผลที่มีลำต้นขนาดใหญ่ ดอกมีกลิ่นหอมคล้ายกุหลาบ ผลมีรสชาติหวานกรอบ คนไทยจึงนิยมปลูกเป็นไม้มงคลประจำบ้านชมพู่เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ผลนอกจากจะใช้รับประทานสดแล้ว ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้เช่น เยลลี่ แยม และแช่อิ่ม เป็นต้น

สตอเบอรี่  : สตอเบอรี่อุดมไปด้วยวิตามินซี  มีประโยชน์ต่อเหงือกและฟัน ทั้งยังหารับประทานได้ง่ายซึ่งประโยชน์ของสตอเบอรี่ก็มีมากมาย อาทิเช่น ถ้านำสตอเบอรี่มาพอกหน้าก็จะทำให้ผิวหน้าสดชื่นและชุ่มชื้น หรือถ้านำมา  รับประทานเป็นประจำก็จะทำให้สุขภาพผิวดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง 
เพราะในสตอเบอรี่มีวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดที่ช่วย ลดความหยาบกร้านของผิว และช่วยชะลอความแก่ชราแค่คุณรับประทานทุกวัน ง่ายๆอย่างนี้ ก็สวยได้แล้วค่ะ  เหมือนอย่างที่ว่า กินอย่างปลอดภัย…สวยอย่างธรรมชาติ



แตงโม  : ให้สุขภาพแข็งแรง - - แตงโมมีสารที่เรียกว่า lycopene ที่มีแอนตี้ออกซิเดนท์ และช่วยในการบำรุงหัวใจ รวมถึงมะเร็ง สารนี้มีอยู่มากในมะเขือเทศเช่นกัน แต่เมื่อเทียบกันแล้ว แตงโมมีมากกว่าถึง 40 เปอร์เซ็นต์ วิตามินซี - - แตงโมเสี้ยวใหญ่ๆ จะเต็มไปด้วยวิตามินซีที่จำเป็นต่อร่างกายของเรา ป้องกันการติดเชื้อ - - การดื่มน้ำแตงโมช่วยเพิ่มเบต้าแคโรทีน ซึ่งร่างกายใช้ในการสร้างวิตามินเอ และการมีวิตามินเอมากๆ ก็จะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ แผลหายเร็ว - - แตงโมเป็นผลไม้ที่มี citrulline อยู่มาก สารตัวนี้จะช่วยในการรักษาแผนได้เร็ว อย่าดื่มแต่น้ำแตงโม ให้กินเนื้อมันเข้าไปด้วย โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นสีขาวอยู่ลึกลงไป แม้รสชาติจะไม่หวาน แต่มีประโยชน์ทีเดียวนะ คลายเครียด - - แตงโมเต็มไปด้วยโพแทสเซียม ที่จะช่วยควบคุมอัตราความดันโลหิต เรียกว่ากินแล้วจะอารมณ์ดี ยิ่งกินแบบเย็นๆ ยิ่งสบายใจ ลดความอ้วน - - ในแตงโมมีแคลอรี่แค่ 96 แคลอรี่เท่านั้น และการกินแตงโมที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำ ทำให้เราอิ่มได้เร็ว และไม่ต้องกินอาหารอื่นอีก
เรียกว่าแตงโมนี่มีประโยชน์มากมายมหาศาลจริงๆ เนอะ


 กล้วย  : ใช้ป้องกัน บำบัด โรคแผล ใน กระเพาะอาหาร การที่ ผงกล้วยดิบ สามารถ ป้องกัน การเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ได้ เพราะในกล้วย จะมีสาร ไปกระตุ้น ให้เซลล์ใน เยื่อบุกระเพาะ หลั่งสารMUCIN ออกมา ช่วยเคลือบกระเพาะ - รักษา อาการ ท้องเสีย การที่กล้วยห่าม สามารถ แก้อาการ ท้องเสีย ได้ เพราะมี สารแทนนิ



แอปเปิ้ล : แอ๊ปเปิ้ล เป็นผลไม้ในเขตอบอุ่น ในบ้านเราปลูกได้ตามดอยสูงต่าง ๆ ทางภาคเหนือ ทันตแพทย์ยกย่องว่าแอ๊ปเปิ้ลเป็นแปรงสีฟันธรรมชาติเมื่อเราเคี้ยวเนื้อผลที่กรอบและมีเส้นใยจะช่วยขัดถูฟันและนวดเหงือกได้เป็นอย่างดีและยังกำจัดคราบแบคทีเรียในปากได้ดีอีกด้วย แพทย์แผนโบราณถือว่าแอ๊ปเปิ้ลมีรสหวานเย็น ทำให้ปวดชุ่มชื่น ช่วยย่อยอาหารลดกรดในกระเพาะและละลายเสมหะ เป็นต้น จากผลการวิจัยพบว่าแอ๊ปเปิ้ลมีสารช่วยทำลายคอเลสเตอรอล เป็นสารตัวเดียวกับที่มีอยู่ในไวน์แดงจากองุ่น